น้องเมเปิ้ล โพสต์จบดราม่า หลังวิ่งมาราธอน โดนด่ายับ ชุดวิ่งรัดรูป จิตใจคนย่ำแย่ ไม่คิดว่าจะโดนขนาดนี้

จากเรื่องที่เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ กรณีที่มีการแชร์ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใส่ชุดออกกำลังกายวิ่งมาราธอน ซึ่งชาวเน็ตได้แสดงความคิดเห็นเป็นออกสองฝ่าย บางคนมองว่าชุดออกกำลังกายดังกล่าวดูรัดรูปเกินไป ไม่เหมาะสม บางคนมองว่าเป็นเรื่องปกติและดูน่ารักดี หรือบางคนก็มองว่าเป็นเรื่องของสรีระร่างกาย


ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Phornnipha Wanichwisedkul ซึ่งเป็นสาวที่อยู่ในชุดออกกำลังกายได้โพสต์ข้อความว่า

ก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าหมายโดน Bully ได้ขนาดนี้ จากการใส่ชุดออกกำลัง  ยิ่งเข้าไปอ่าน สภาพจิตใจยิ่งย่ำแย่ “สิทธิเสรีภาพทุกตารางนิ้วกันจริงๆ”
ภาพชุดแรกที่แชร์ ก็ไม่ได้มาจากการโพสต์ของเราเลย เห็นแต่แรกแล้ว ว่ามุมนั้น ห่อหมกชัดมาก น้องสาวแคปส่งมาให้แต่แรก ว่านั้นจู๋ หรืออะไร แบบขำๆ (เพราะด้วยทั้งชุดที่อาจไม่เหมาะกับการวิ่ง ชุดเปียก เพราะฝนตก แนบเนื้อ แสงเงาสะท้อนอะไรก็แล้วแต่)
คนที่เอารูปไป แล้วนำไปแชร์  จะเป็นเพราะด้วยแสดงความคิดต่าง นำมาเป็นข้อคิดเห็น ตักเตือน คุณคงไม่คิดว่า เจ้าของภาพ จะโดนกระทำ หรือคุกคามเช่นไร  บ้างก็บอกว่า นี่เป็นสิ่งที่เราตัองยอมรับ เป็นสิ่งที่ต้องรับให้ได้ เพราะแต่งเแบบนี้เอง
เรายังมีความคิดแคบๆ เพื่อกดคนอื่น ให้ตัวเองถูกต้องกันอีกหรือ … เราไม่ได้ต้องการให้คนทุกคนเข้าใจเราทั้งหมด แต่การให้เกียรติกัน และการเคารพในการกล่าวถึงหรืออ้างอิง เป็นสิ่งที่เราทุกคนควรทำ และไม่ควรเพิกเฉย หลายเพจอ้างว่า ให้เราฟ้องเลย แจ้งความเลย เพราะรู้อยู่แล้ว ว่าผลสุดท้าย ต่างก็เสียเวลา
เพราะบ้านเรายังคงเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา กระแสของนักเลงคีย์บอร์ด เดี๋ยวก็ผ่านไป เดี๋ยวเรื่องก็ซาลง เดี๋ยวคนก็ลืม เราไม่มีทางเข้าใจความรู้สึก จนกว่าเราจะโดนกระทำเสียเอง
วันนี้ได้รู้แล้ว นอกจากบทเรียนเรื่องเครื่องแต่งกายแล้วบทเรียนที่สอง คือโพสต์ต่างๆ เหล่านี้ คือเครืองแสดงความสูงต่ำของจิตใจคน คือสัญญะของความกดขี่ ซึ่งเราจะไม่ทำแบบนี้กับใคร (อย่าทำแบบนี้ ไม่ว่ากับใครเข้าใจไหม เพลงพี่เบิร์ดลอยมา) วาทกรรมต่างๆเหล่านี้ ล้วน แสดงถึงอัตลักษณ์ของตัวผู้โพสต์ ผู้แชร์ต่อทั้งสิ้น
สิ่งที่สังคมและเราเองได้เรียนรู้จากความผิดพลาดและประสบการณ์ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องการแต่งตัวที่ต้องรัดกุมให้มากขึ้นแล้ว เราอยากให้ทุกคน ได้ตระหนักและเรียนรู้จัก คำว่า “สิทธิสตรี – ( women rights) “และสิทธิในเรือนร่าง(autonomy) ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรถูกวิพากษ์วิจารณ์เพียงเพื่อความคะนองปาก
หากแต่ควรเป็นการวิจารณ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพและการให้เกียรติกันทางวาจาและการกระทำ เราควรตระหนักดีว่าการถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการแต่งกายเป็นอีกประเด็น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
loading...

Không có nhận xét nào

Tìm kiếm Blog này

Lưu trữ Blog

Được tạo bởi Blogger.